ประเภท และประโยชน์ของการนวดแผนไทย

       1. สาระสำคัญ
       การนวดไทยนับเป็นภูมิปัญญาอันล้ำค่า ของคนไทย ที่มีประวัติและเรื่องราว สืบทอดกันมาช้านาน ดังจะเห็นได้ว่า มีบทบาทสำคัญในการรักษาโรค ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การนวดแผนไทยมีประโยชน์มีต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต ระบบกล้ามเนื้อ ต่อผิวหนัง มีต่อระบบทางเดินอาหาร ต่อจิตใจ ต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และต่อสุขภาพด้านโรคภัย ไข้เจ็บ
       2. ผลเรียนรู้ที่คาดหวัง
2.1 รู้และเข้าใจประเภท และลักษณะการนวดของการนวดแผนไทยแต่ละประเภท
2.2 รูู้และเข้าใจประโยชน์ของการนวดแผนไทย
       3. จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้
3.1 นักเรียนสามารถบอกลักษณะการนวดแผนไทยแบบราชสำนัก และแบบเชลยศักดิ์ได้
3.2 นักเรียนสามารถบอกประโยชน์ของการนวดแผนไทยได้
ด้านทักษะและกระบวนการ
3.3 นักเรียนสามารถทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้
ด้านคุณคุณธรรมและจริยธรรม
3.4 นักเรียนมีความเพียรพยายามในการทำงาน
       4. เนื้อหาสาระ
       4.1 ลักษณะการนวดแผนไทยของแต่ละประเภทและประโยชน์ของการนวดแผนไทย
      
       สถาบันการแพทย์แผนไทย ได้แบ่งประเภทการนวดไทย ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
       2.1 การนวดแบบราชสำนัก หมายถึง การนวดเพื่อถวายกษัตริย์และเจ้านายชั้นสูงของราชสำนัก ผู้นวดต้องเดินเข่าเข้าหาผู้ป่วย ที่นอนอยู่บนพื้น เมื่ออยู่ห่างผู้ป่วย 2 ศอก จึงนั่งพับเพียบ และคารวะขออภัยผู้ป่วย หลังจากนั้นหมอจะคลำชีพจรที่ข้อมือ และหลังเท้าข้างเดียวกัน เมื่อตรวจดูอาการของโรคแล้ว จึงเริ่มทำการนวด แบบทั่วไป ต่างกันที่ตำแหน่งการวางมือ องศาที่แขนของผู้นวด เท่ากับตัวของผู้ป่วย และท่าทางของผู้นวด ซึ่งต้องกระทำอย่างสุภาพยิ่ง การนวดแบบราชสำนักพิจารณาถึงคุณสมบัติ ของผู้เรียนอย่างประณีตถี่ถ้วน การสอนมีขั้นตอนเน้นจรรยามารยาทของการนวด การนวดต้องสุภาพมาก ใช้อวัยวะได้น้อย และต้องตรงตามจุด จึงกล่าวได้ว่าการฝึกมือและการนวดมีเอกลักษณ์ เฉพาะ การนวดแบบราชสำนัก เป็นการนวดพื้นฐานต่าง ๆ เช่น พื้นฐานขา พื้นฐานหลัง พื้นฐานแขน พื้นฐานบ่า การนวดกล้ามเนื้อคอ การนวดศีรษะ เป็นต้น
       2.2 การนวดแบบทั่วไป (แบบเชลยศักดิ์) หมายถึง การนวดแบบสามัญชน มีการสืบทอด ฝึกฝนแบบแผนการนวด ตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเหมาะมากสำหรับชาวบ้าน นวดกันเอง ใช้สองมือและอวัยวะส่วนอื่น โดยไม่ต้องใช้ยาในปัจจุบัน เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสังคมไทย การนวดแบบเชลยศักดิ์ เป็นการนวดบริเวณกล้ามเนื้อ และข้อต่าง ๆของร่างกาย การนวดแบบเชลยศักดิ์ เป็นการนวดที่ปรากฏอยู่ในวัดและสังคมโดยทั่วไป มีการสอนแบบสืบทอดกันมาจากคนรุ่นเก่า และมีแบบแผนการนวดตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ก่อนเริ่มนวด ผู้นวดต้องพนมมือไหว้ครูเสียก่อน ในขณะที่ผู้ป่วยนอนบนพื้น หลังจากนั้นผู้นวดจึงเริ่มนวดจากเท้า ขึ้นไปยังหัวเข่า แล้วไปสู่โคนขา มีการนวดท้อง ไหล่ ต้นคอ และแขน จนทั่วทั้งตัวการนวดแบบเชลยศักดิ์รู้จักกันทั่วไปว่า “จับเส้น” เพื่อให้เลือดลมเดินได้สะดวกขึ้นซึ่งตรงกับแพทย์แผนปัจจุบัน คือ การนวดเพื่อเพิ่มหรือส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด และน้ำเหลือง นอกจากนี้ยังมีผลสะท้อนให้การทำงานของอวัยวะที่อยู่ห่างออกไปจากบริเวณนวด ซึ่งเดิมมีน้อยกลับเพิ่มขึ้นจนกลับสู่สภาวะปกติ ฉะนั้นข้อบ่งชี้ของการนวดจึงมีมากมาย เช่น รักษาหรือบรรเทาอาการเคล็ด ขัดยอก ซ้น คอแข็งจากการตกหมอน รักษาอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืดเฟ้อ ท้องผูก ปวดหลัง เจ็บเอว ปวดเข่า ตะคริว ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ อาการวิงเวียน ช่วยคลายความเครียดทางกายและใจ และช่วยให้ข้อที่เคลื่อนกลับเข้าที่ เป็นต้น
       ประโยชน์ของการนวดแผนไทย มีดังต่อไปนี้
1. ประโยชน์ของการนวดเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ ในการที่จะทราบว่าอะไรมีคุณค่ามีประโยชน์เพียงไรนั้น อาจต้องดูจากองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง เช่น มีการนำมาใช้แพร่หลายหรือไม่ สิ่งนั้นมีความคงทนต่อการพิสูจน์จากบุคคล และกาลเวลายาวนานแค่ไหน ซึ่ง "การนวด" นั้น เป็นที่ยอมรับแพร่หลายในชนชาติต่าง ๆ แทบทุกวัฒนธรรมทั่วโลก โดยประโยชน์ของการนวดนั้น มีมากมากหลายประการ ดังจะขอกล่าวโดยรายละเอียด ดังนี้
1.1 มีต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต
1.1.1 เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดและน้ำเหลืองถูกบีบออกจาก บริเวณนั้น และมีเลือดและน้ำเหลืองใหม่มาแทน ระบบไหลเวียนจึง ทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
1.1.2 ช่วยลดอาการบวม
1.1.3 ทำให้บริเวณที่นวดมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียน
1.2 มีต่อระบบกล้ามเนื้อ
1.2.1 ทำให้กล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพดีขึ้น เพราะมีเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น
1.2.2 ช่วยขจัดของเสียในกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น ลดอาการเมื่อยล้า
1.2.3 ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนลง ผ่อนคลายความเกร็ง
1.2.4 ลดอาการบวมและบรรเทาความเจ็บปวด
1.2.5 บรรเทาอาการขัดยอก
1.2.6 ช่วยขจัดของเสียที่คั่งค้างอยู่ตามกล้ามเนื้อ
1.2.7 ช่วยให้กล้ามเนื้อคงรูปได้สัดส่วน ไม่ห่อเหี่ยว
1.2.8 ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น โดยทำให้เนื้อเยื่อส่วนนั้นแข็งแรงและ ยึดเกาะติดกันแน่น
1.2.9 ช่วยลดสาเหตุของการพองตัวหนาขึ้นของบาดแผล
1.2.10 ในรายที่มีพังผืดเกิดภายในกล้ามเนื้อ การนวดจะทำให้พังผืดอ่อนตัวลง ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นดีขึ้นอาการเจ็บปวดจะลดลง
1.3 มีต่อผิวหนัง
1.3.1 ทำให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นมากขึ้น ทำให้ผิวหนังเต่งตึง
1.3.2 ทำให้ตัวยาดูดซึมได้ดีขึ้นทางผิวหนัง หลังการนวดที่นานพอควร
1.3.3 การคลึงในรายที่มีแผลเป็น ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้น ทำให้แผลเป็นอ่อนตัวลงหรือเล็กลง
1.3.4 ช่วยขจัดรอยเหี่ยวย่นตามใบหน้าและส่วนต่าง ๆ เพราะการนวด ทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
1.4 มีต่อระบบทางเดินอาหาร
1.4.1 เพิ่มความตึงของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ กระเพาะอาหารและ ลำไส้
1.4.2 เกิดการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร
1.4.3 ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
1.4.4 ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายเป็นระบบ
1.5 มีต่อจิตใจ
1.5.1 ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย สบายกายและใจ
1.5.2 ทำให้รู้สึกแจ่มใส กระฉับกระเฉง
1.5.3 ลดความเครียดและความวิตกกังวล
1.5.4 มีความรู้สึกมั่นใจต่อการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
1.6 มีต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยทั่วไป เช่น
1.6.1 ไหล่แข็ง อาการนี้ค่อนข้างจะอักเสบและเจ็บปวด การนวดจะช่วยทำให้ การไหลเวียนและการเคลื่อนไหวของน้ำเหลืองเป็นไปด้วยดี และ นอกจากนี้การนวดกล้ามเนื้อรอบข้อต่อจะช่วยกล้ามเนื้อที่ตึงด้วย
1.6.2 คอแข็งและไหล่เคล็ด อาการทั้งสองนี้ ช่วยได้ด้วยการกดคอและไหล่ โดยเฉพาะการบีบ นวดไหล่
1.6.3 เจ็บที่ปีกไหล่ สาเหตุนี้เนื่องมาจากสารพิษที่สะสมเป็นผลทำให้การไหลเวียนลำบาก การนวดแบบกดลึกที่บริเวณนั้นจะช่วยได้มาก
1.6.4 เอ็นอักเสบ เนื่องมาจากการยกของ การนวดช่วยในการไหลเวียนของโลหิตและ น้ำเหลืองไปยังบริเวณนั้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่อยู่รอบ ๆ
1.6.5 การปวดน่อง, ปวดสะโพก การนวดจะช่วยได้ดีมาก ทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
1.7 มีต่อสุขภาพด้านโรคภัยไข้เจ็บ
1.7.1 โรคหืด อาการเช่นนี้มีผลต่อหน้าอกส่วนบนและทำให้หายใจลำบาก ดังนั้น การนวดโดยการกดเบา ๆ บริเวณหน้าอกจะช่วยบรรเทากล้ามเนื้อหน้าอกได้
1.7.2 ไซนัส ไซนัสอักเสบนำไปสู่อาการเจ็บปวดในศีรษะและหน้า การนวดจะ ช่วยได้มากโดยการนวดลากลงไปตามจมูกแล้วข้ามไปที่แก้ม
1.7.3 การพักฟื้นของผู้ป่วย หากผู้ป่วยอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังการผ่าตัดหัวใจ แต่ยังคงมีความ รู้สึกวิตกกังวลและเครียด การนวดโดยการกดอย่างนุ่มนวลเป็น จังหวะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสงบและผ่อนคลาย แต่ควรได้รับความเห็นจากแพทย์ก่อนที่จะทำการนวด
1.7.4 เป็นลม การไหลเวียนของโลหิตไปยังร่างกายถูกขัดขวาง ทำให้กล้ามเนื้อ เกร็งและตึง การนวดสามารถช่วยได้อย่างมาก
1.7.5 เส้นเลือดขอด เส้นเลือดขอดจะมีอาการเจ็บปวด และรู้สึกปวด ๆ เมื่อย ๆ ขาบวม ซึ่งสามารถช่วยได้โดยการนวดขาเบา ๆ ให้กล้ามเนื้อน่องคลายตัว
2. ประโยชน์ของการนวดเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของร่างกาย ความบกพร่องของร่างกาย หมายถึง ความผิดปรกติต่าง ๆ ของร่างกายและทรวดทรง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นเรื่องของอาการ ผิดปกติทางร่างกาย กลไกการวิ่งการเดิน ที่ผิดปกติ การเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง การนวดที่นำมาใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการแก้ไขข้อบกพร่องของร่างกาย ซึ่งเป็น ประโยชนกับผู้ป่วยในโรคต่าง ๆ ได้มากมายหลายโรค โดยโรคและอาการที่พบกันบ่อย ๆ มีดังนี้
2.1 โรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
2.1.1 หลังโก่ง
2.1.2 แขนโค้ง
2.1.3 ไหล่เอียง
2.1.4 ข้อต่อหัวเข่าผิดปกติ
2.1.5 เท้าแบะ
       ลักษณะต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวผิดท่าทาง ทำให้ความคล่องตัวลดลง และเป็นปัญหาในการเคลื่อนไหวในอิริยาบถ ท่าทางต่าง ๆ อันเป็นสาเหตุทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ดังนั้น เมื่อได้มีการรักษาทางกายภาพบำบัด ผู้ป่วยที่ปวดกล้ามเนื้อปวดข้อ หรือกระดูกหัก เป็นต้น ก็จะค่อย ๆ สร้างสมรรถภาพในการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ซึ่งจะต้องทำการนวดหรือทำกายภาพบำบัดเป็นประจำ เพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้มีการกระตุ้นและพัฒนาขึ้นตลอดเวลา
2.2 โรคทางระบบประสาท ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยอัมพาต ไม่ว่าจะเป็นอัมพาตครึ่งซีก อัมพาต ครึ่งท่อน หรืออัมพาตที่ใบหน้า ตลอดจนการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ จากสาเหตุทางปลายประสาทถูกรบกวน หรืออัมพาตต่าง ๆ
2.2.1 โรคอัมพาตครึ่งซีก อาการอัมพาตครึ่งซีก หมายถึงการที่แขนด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย เกิดหย่อนสมรรถภาพไม่สามารถทำงานได้ สาเหตุเนื่องมาจากสมองส่วนที่ควบคุมด้านนั้นเกิดการผิดปกติหรือพิการ โดยมีสาเหตุมาจากโรคหลอดโลหิตในสมองอุดตัน กระโหลกศีรษะถูกกระทบกระเทือนอย่างแรง โรคติดเชื้อ มะเร็งหรือเนื้องอกในสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นต้นเหตุให้สมองถูกทำลาย โดยตรง หรืออาจเกิดแบบชั่วคราว ผู้มีอาการอัมพาตครึ่งซีก จะเริ่มมีอาการปวดศีรษะมาก เวียนหัว บางครั้งปวดศีรษะข้างเดียว ปวดเสียวแขนขา อ่อนเพลียทั้งแขนขา บางรายมีอาการลิ้นแข็ง พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ได้เลย ระบบขับถ่ายควบคุมไม่ได้ เมื่อมีอาการต่าง ๆ เหล่านี้ กล้ามเนื้อจะเกิดการเกร็งตัว ทำให้ขยับแขนขาได้ แต่มีลักษณะเกร็งไม่ใช่เกิดจากกลไกการทำงานของกล้ามเนื้อ ไหล่จะหุบไปด้านหลัง แขนจะหนีบชิดลำตัว ข้อศอกงอขึ้น กระดูกเกร็งผิดปกติ บางรายมีอาการเกร็งเฉพาะที่ แล้วแต่อาการที่เป็น กระดูกข้อมือ นิ้วมือ จะเกร็งเข้าหากัน ตะโพกเหยียดไปข้างหลัง ขาแบะออก ข้อเข่าจะเหยียดตึง ซึ่งเรียกว่าความพิการของอัมพาตครึ่งซีก ในระยะหดเกร็ง การบำบัดรักษา การบริหารข้อต่อ จะช่วยให้มีการเคลื่อนไหว และช่วยให้โลหิตดีขึ้น รวมทั้งอาจใช้การนวดร่วมด้วย เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ถูกกระตุ้น และทำให้กล้ามเนื้อที่อ่อนแอนั้น เพิ่มความแข็งแรงขึ้นมาได้บ้าง